วิธีเลเยอร์น้ำหอมกับ Body Oil ให้กลิ่นติดผิวดีขึ้น หอมละมุนฟุ้งตลอดวัน! เคยไหม? ฉีดน้ำหอมตอนเช้า หอมมากตอนออกจากบ้าน แต่พอถึงบ่าย กลิ่นหายไปเหมือนไม่เคยฉีด
จริงๆ แล้วปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่น้ำหอมอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ผิว” ของเราด้วย ถ้าผิวแห้งมาก กลิ่นน้ำหอมมักจะเกาะผิวได้ไม่ดีเท่าผิวที่มีความชุ่มชื้น เพราะฉะนั้นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้กลิ่นอยู่กับผิวดีขึ้น คือการเตรียมผิวก่อนฉีดน้ำหอม และนี่คือเหตุผลที่ Body Oil เข้ามามีบทบาท
Body Oil ไม่ได้เป็นแค่ออยล์บำรุงผิว แต่สามารถเป็น Scent Base หรือชั้นกลิ่นแรกที่อยู่ใกล้ผิว ก่อนตามด้วย Eau de Parfum เพื่อให้กลิ่นนุ่มขึ้น ชัดขึ้น และอยู่กับผิวได้ดีขึ้น พูดง่ายๆ คือ ถ้า Eau de Parfum คือกลิ่นที่ทำให้คนรอบตัวรับรู้ Body Oil ก็คือกลิ่นชั้นแรกที่ทำให้เรารู้สึกหอมกับตัวเองก่อน
ทำไม Body Oil ถึงช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดผิวดีขึ้น?
น้ำหอม มักทำงานได้ดีกว่าบนผิวที่มีความชุ่มชื้น ลองนึกง่ายๆ เหมือนเวลาเราทาครีมหรือออยล์หลังอาบน้ำ ผิวจะนุ่มขึ้นและเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่าผิวที่แห้งสนิท กลิ่นก็คล้ายกัน ถ้าผิวแห้งมาก กลิ่นมักจะจางเร็วกว่า เพราะไม่มีชั้นความชุ่มชื้นให้กลิ่นเกาะอยู่บนผิวได้นานพอ
Body Oil จึงช่วยทำหน้าที่เหมือนฐานบางๆ บนผิว หรือที่เรียกว่า การสร้าง “Base layer” ให้กลิ่นติดผิวได้ดีขึ้น ไม่ได้แปลว่าทาบอดี้ ออยล์ แล้วน้ำหอมจะติดทั้งวันแบบไม่มีวันจาง แต่ออยล์ช่วยให้กลิ่น “อยู่กับผิวได้ดีขึ้น” และให้ความรู้สึกหอมที่นุ่มกว่าเดิม
อีกข้อดีคือ Body Oil ให้กลิ่นแบบ close-to-skin คือหอมใกล้ผิว ไม่ตะโกน ไม่ฟุ้งแรงเกินไป เหมาะกับวันที่อยากให้กลิ่นมีความละมุน เป็นธรรมชาติ และดูเป็นตัวเองมากขึ้น
5 ขั้นตอน เพิ่มมิติของกลิ่นและความหอมตลอดวัน
เทคนิคการใช้ออยล์และน้ำหอมอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มมิติของกลิ่นและความหอมตลอดวัน
Step 1: อาบน้ำให้ผิวสะอาด
กลิ่นจะทำงานได้ดีที่สุดบนผิวที่สะอาด เพราะไม่มีเหงื่อ ฝุ่น หรือกลิ่นอื่นมารบกวน หลังอาบน้ำเป็นช่วงที่เหมาะมาก เพราะผิวยังมีความชื้นอยู่ และเป็นจังหวะที่เราสร้าง Scent impression ได้ง่ายที่สุด
Step 2: ซับผิวให้หมาด ไม่ต้องเช็ดจนแห้งสนิท
หลังอาบน้ำ ให้ซับผิวเบาๆ จนยังเหลือความหมาดนิดๆ จุดนี้สำคัญ เพราะ Body Oil จะกระจายตัวง่ายขึ้น และช่วยล็อกความชุ่มชื้นบนผิวได้ดีขึ้นกว่าการทาตอนผิวแห้งมาก
Step 3: ทา Body Oil บางๆ บนผิว
หยด Body Oil ปริมาณเล็กน้อยลงบนฝ่ามือ แล้วลูบเบาๆ บนผิว เช่น แขน ขา ไหล่ หรือบริเวณที่อยากให้ผิวนุ่มและมีกลิ่นหอม ไม่ต้องใช้เยอะเกินไป ลองใช้ทีละนิดว่าผิวเราต้องการแค่ไหน เพราะบางสูตร ถ้าออยล์หนาเกิน อาจรู้สึกเหนอะกว่าที่ต้องการ ให้คิดว่า Body Oil คือชั้นกลิ่นเบาๆ ที่เตรียมผิว ไม่ใช่การเทออยล์ลงไปให้หอมที่สุด
Step 4: รอให้ซึมนิดนึง
หลังทา Body Oil รอให้ซึมนิดนึงก่อน ไม่จำเป็นต้องรอนานมาก แค่ให้ผิวไม่ลื่นหรือมันเกินไป ขั้นตอนนี้ช่วยให้เวลาฉีดน้ำหอม Eau de Parfum ตามลงไป กลิ่นจะอยู่บนผิวได้พอดี ไม่ปนกับความมันมากเกินไป
Step 5: ฉีดน้ำหอม Eau de Parfum ตามจุดชีพจร
ความอุ่นของร่างกายจะช่วยให้กลิ่นค่อยๆ กระจายออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ จุดที่เหมาะคือบริเวณที่มีความอุ่นของร่างกาย เช่น ข้อมือ ซอกคอ หลังใบหู ข้อพับแขน และไหปลาร้า
Tip: หลังฉีดน้ำหอม อย่าถูข้อมือแรงๆ เพราะอาจทำให้โครงสร้างกลิ่นเปลี่ยนและกลิ่นจางเร็วขึ้น แค่ปล่อยให้กลิ่นค่อยๆ เซ็ตตัวบนผิวก็พอ
รับชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ความหอมที่มาพร้อมการบำรุงผิวได้ที่ Blooming Collection
สอบถามข้อมูล: Line Official Account @BathandBloom หรือคลิก https://lin.ee/5OFqP2f